IPB
Thailand Travel Information :: English Version ::
เว็บไซต์แนะนำ: รวมฮาวทู เทคนิค DIY ต่างๆทุกๆเรื่องที่คุณอยากรู้

ยินดีต้อนรับ ( เข้าสู่ระบบ | สมัครสมาชิก )

 
Reply to this topicStart new topic
> :: ทิป เทคนิคการถ่ายภาพ :: พื้นฐานการถ่ายภาพ บทที่ 1 : ควบคุมปริมาณแสงให้ได้ดั่งใจ
อี๊ดคุง
โพสต์ May 27 2008, 14:09
โพสต์ #1


...ฅนค้น..ใคร...
ภาพประจำกลุ่ม

กลุ่ม : Root Admin
โพสต์ : 3,361
เป็นสมาชิกเมื่อ : 18-Sep-06
หมายเลขสมาชิก : 1
Point : n/a Point
Ticket : n/a Point



ทิป เทคนิคการถ่ายภาพ : พื้นฐานการถ่ายภาพ

เนื่องจากมีหลากหลายกระทู้เทคนิคการถ่ายภาพที่ ผมได้เขียนและรวบรวมเอาไว้หลายหัวข้อใน
รวมทิป เทคนิคการถ่ายภาพ และเทคนิคการแต่งภาพ

เกือบทุกบทความเป็นเรื่องราวสำหรับผู้ที่มีพื้นฐานการถ่ายภาพมาพอสมควรแล้ว
ดังนั้นในหัวข้อนี้ ผมขอเขียนเทคนิคพื้นฐานเกี่ยวกับการถ่ายภาพ สำหรับมือใหม่ไว้ใช้ศึกษานะครับ
อาจจะมีตกหล่นไปบ้าง แต่จะเอาข้อมูลมาเติมไว้เรื่อยๆให้สมบูรณ์มากที่สุดครับ

การถ่ายภาพนั้น สิ่งที่เราต้องความสนใจ มี 3 อย่างคือ
1. ปริมาณแสง
2. องค์ประกอบ และทิศทางแสง
3. อารมณ์ภาพ และการสื่อความหมาย

เรามาเริ่มต้นไปพร้อมๆกันนะครับ ในบทนี้จะมาเริ่มกันที่การวัดปริมาณแสงก่อน
เพื่อที่จะให้เราถ่ายภาพออกมา ไม่มืด หรือสว่างจนเกินไป จากนั้นเมื่อแสงพอดีแล้ว เราค่อยมาเล่นในเรื่องอื่นๆต่อครับ

การวัดปริมาณแสง




ขอบคุณรูปสวยๆจากคุณ cat: http://www.siamfreestyle.com/forum/index.php?showtopic=878

แสงคือส่วนประกอบหลักของภาพ ที่จะสะท้อนสีสัน และรูปร่างของวัตถุและถูกบันทึกออกมาเป็นภาพที่เราเห็น
ดังนั้นการวัดปริมาณแสงที่พอเหมาะก็เป็นส่วนสำคัญ ที่จะกำหนดว่าภาพของเรานั้นออกมาดูดีแค่ไหน มีรายละเอียด หรือว่าให้อารมณ์ภาพไปแบบไหน

หากเป็นกล้องคอมแพ็คนั้นเราคงจะไม่ต้องไปปรับอะไรมันมาก เพราะตัวกล้องจะช่วยคำนวนปริมาณแสงที่พอดีให้กับเราอยู่แล้ว
แต่สำหรับผู้ที่ใช้กล้อง DSRL และชอบที่จะเล่น จะศึกษา เราต้องมาเรียนรู้กันครับ

การวัดแสงเกี่ยวข้องกับ 3 องค์ประกอบครับก็คือ
  1. ขนาดของรูรับแสง ถ้าเปิดรูรับแสงกว้าง [F/2.8, F/4, F/5.6] แสงจะเข้ามาก แต่ถ้าเปิดรูรับแสงแคบๆ[F/11, F/16, F/22] แสงจะเข้าน้อยลง
  2. ความเร็วชัตเตอร์ ถ้าใช้ความเร็วชัตเตอร์ต่ำ[1/30s, 1/40s] แสงจะเข้ามาก แต่ถ้าใช้ความเร็วชัตเตอร์สูง[1/500s, 1/1000s, 1/1600] แสงจะเข้าน้อยลง
  3. ค่าความไวแสง หรือ ISO ถ้าปรับ ISO สูงๆ[ISO800, ISO1600] เซนเซอร์จะมีความไวแสงที่มากขึ้น ทำให้แสงเข้ามาก แต่ถ้าใช้ ISO ต่ำๆ[ISO100, ISO200] แสงจะเข้าน้อยลง
จะเห็นว่าเรามีเครื่องมือ 3 ตัวในการที่จะกำหนดปริมาณแสงของเราว่าเข้ามาพอดีรึปล่าว เราสามารถดูได้จากสเกลวัดแสงของกล้องครับ

ในการฝักหัด แนะนำให้ใช้โหมด M นะครับ เพราะโหมดอื่นๆเราจะไม่ได้เรียนรู้อะไรเท่าไหร่ครับ
ลองถ่ายรูปวัตถุกลางแจ้งง่ายๆซักรูปหนึ่ง อาจะเป็นรถยนต์ เสาไฟฟ้าหน้าบ้านก็ได้
แล้วเริ่มตั้งกล้องไปที่ F/8, ความเร็ว 1/60s, ISO100 แล้วลองถ่ายภาพออกมาดูครับ
ยังไม่ต้องซีเรียสว่าค่ากล้องที่ตั้งไว้นั้นพอดีหรือไม่ ให้ลองถ่ายออกมาก่อนจากค่าที่ตั้งไว้
แล้วสังเกตุรูปที่ออกมาครับ ว่าสภาพแสงในภาพเป็นอย่างไร พอดีมั๊ย มืด หรือว่าสว่างเกินไป

ภาพที่ออกมาอาจจะประมาณนี้ครับ

ข้อมูลภาพ: รูรับแสง F/8, ความเร็ว 1/60s, ISO100

ทีนี้ยังไม่ต้องแก้ค่าอะไรนะครับ ลองถ่ายภาพนั้นดูอีกครั้ง ในจุดเดิม แต่ก่อนถ่าย ให้ดูตรงสเกลวัดแสงครับ
ว่าสเกลชี้ไปที่จุดกึ่งกลางหรือไม่ ถ้าสเกลเบนไปทางบวก แสดงว่าแสงมากเกินไป แต่ถ้าไปทางลบก็เพราะแสงเข้ามาน้อยเกินไปนั่นเองครับ
สเกลเบนไปทางบวกหรือลบ ก็จะเป็นตัวบอกครับ ว่าภาพที่ออกมาจะมืดหรือสว่างอย่างไร

สมมติถ้าภาพสว่างไป ก็มาจากสองสาเหตุ ก็คือ ความเร็วชัตเตอร์อาจจะต่ำเกินไป หรือรูรับแสงกว้างเกินไป
ลองปรับไปทีละอย่างนะครับ ถ้าภาพสว่างเกินไป ลองปรับความเร็วชัตเตอร์ดูก่อน ลองเพิ่มขึ้นเป็น 1/80s, 1/100s หรืออาจจะมากกว่านี้
ปรับแต่ละครั้งก็สังเกตุที่สเกลวัดแสงนะครับ ว่าค่าที่เราตั้งนั้นกล้องวัดปริมาณแสงได้พอดีรึยัง ลองถ่ายออกมาแล้วดูผลครับ


ข้อมูลภาพ: รูรับแสง F/8, ความเร็ว 1/250s, ISO100



ข้อมูลภาพ: รูรับแสง F/8, ความเร็ว 1/800s, ISO100

หรือไม่ก็ลองปรับรูรับแสงดูก็ได้ครับ ตั้งค่ากลับมาที่ F/8, ความเร็ว 1/60s
แล้วลองลดขนาดรูรับแสงดูครับ ให้สปีดคงเดิม แล้วลองปรับขนาดรูรับแสงเป็น F/13, F/16, F/22 แล้วสังเกตผลงานครับ ว่าแสงออกมาพอดีรึปล่าว
ขอเดาเล่นๆว่า เมื่อปรับรูรับแสงให้เลขมากขึ้น ภาพที่จากสว่างจ้า จะค่อยๆมืดลงจนแสงพอดีครับ


ข้อมูลภาพ: รูรับแสง F/13, ความเร็ว 1/60s, ISO100

หมายเหตุ: ตัวเลขรูรับแสง ถ้ามีค่ามาก รูรับแสงจะแคบ แต่ ถ้าเลขน้อย รูรับแสงจะกว้างครับ

สำหรับผู้ที่ยังใหม่กับการถ่ายรูป อาจจะไม่ต้องจำก็ได้ครับว่าเลขแบบไหน รูรับแสงจะกว้างแคบยังไง เอาเป็นว่า

"ทั้งเลขสปีดชัตเตอร์ และเลขรูรับแสง มีลักษณะเหมือนกันคือ เลขมากแสงเข้าน้อย เลขน้อยแสงเข้ามาก"
ทีนี้เราก็แค่ดูแสงครับ ว่าแสงที่จะให้ปรากฏบนภาพถ่ายนั้นจะให้มากน้อยแค่ไหน จากนั้นก็ปรับตามสูตรข้างบนเลยครับ เลขมากแสงเข้าน้อย เลขน้อยแสงเข้ามาก


การวัดแสงเบื้องต้นก่อนจะกดชัตเตอร์ ว่าพอดีแล้วรึยังโดยพื้นฐานคือสังเกตุสเกลวัดแสงครับ ว่าค่าที่เราตั้งนั้นกล้องมันวัดให้เราพอดีรึปล่าว
แต่ถ้ากล้องมันชี้สเกลบอกว่าแสงพอดีแล้ว แต่พอภาพที่ออกมา มันไม่เห็นพอดีเลย มืดไปบ้าง สว่างไปบ้าง
อันนี้ต้องทำใจก่อนครับ ว่าระบบคำนวนและวัดแสงของกล้องนั้น ไม่ได้แม่นยำเหมือนสายตาของมนุษย์
ในบางสถานการณ์ที่แสงมีความแตกต่างกันมาก กล้องก็อาจจะวัดแสงผิดเพี้ยนไปได้

เราก็แก้ไขโดยไม่ต้องอาศัยความโปรอะไรมากครับ
วัดแสง -> ลองถ่ายดู -> ดูผลลัพธ์ -> ปรับค่า (อาจจะปรับให้แสงโอเวอร์ หรืออันเดอร์ไปหน่อย) -> แล้วถ่ายใหม่
ทีนี้เราก็จะได้ภาพที่ต้องการ แสงพอดี และฝึกในเรื่องของการชดเชยแสงแล้วครับ

หมายเหตุ: ภาพอันเดอร์ คือภาพที่มีแสงน้อยเกินไป ทำให้ภาพดูมืด
ภาพโอเวอร์ คือภาพที่แสงเข้ามากเกินไป ทำให้ภาพสว่างจ้า



การชดเชยแสง


มีทฤษฎีที่น่าปวดหัวเกี่ยวกับเรื่องการชดเชยแสง และเทากลาง 18% !!!!
เราจะไม่ลงไปลึกขนาดนั้น แต่ก็ยังถ่ายภาำพออกมาได้ดีอยู่ครับ

จากที่ได้กล่าวไปเมื่อซักครู่ ว่าการวัดแสงนั้น กล้องอาจจะวัดได้ไม่ดีเท่าสายตาของเรา ดังนั้นค่าสเกลที่กล้องแสดงผลมาให้เราดูนั้น อาจจะไม่ถูกต้องเสมอไปได้
ทำให้เราต้องมานั่งชดเชยแสงกันเองครับ...แนวการชดเชยแสง ง่ายๆดังนี้ครับ

วัตถุมีความสว่าง มีพื้นที่ที่เป็นสีขาวมากๆ เช่นแมวสีขาวนอนอยู่บนพื้นสีขาว >> เราต้องตั้งค่ากล้องให้สเกลเบนไปทางบวก (+) ครับ (ชดเชยแสงไปทางบวก)
แต่ถ้าวัตถุมันมืดๆ ดำๆ เช่น ถ่ายโคลสอัพเข็มกลัดเล็กๆที่ปักอยู่บนเสื้อสูตรสีดำ >> เราต้องตั้งค่ากล้องให้สเกลเบนไปทางลบ (-) (ชดเชยแสงไปทางลบ)

เมื่อชดเชยแสงได้ถูกต้อง ภาพจะออกมาสีดำเป็นสีดำ สีขาวเป็นสีขาวครับ

หมายเหตุ : เกี่ยวกับการชดเชยแสง และเทากลาง 18%

ขอบคุณภาพจาก : http://www.shutterphoto.com/forums/showthread.php?p=2424

การที่เราต้องมานั่งชดเชยแสงสำหรับ การถ่ายภาพที่ขาวจ้า หรือดำมืดเกินไปก็เนื่องจาก
สเกลวัดแสงที่กล้องวัดมาแล้วบอกเราว่ามันพอดีนั้น กล้องได้คำนวนค่าแสง เฉลี่ยของภาพทั้งภาพได้ใกล้เคียงกับสีเทากลาง 18% ครับ

คือไม่ว่าจะเป็นภาพแบบไหน สถานการณ์ไหน ระบบวัดแสงของกล้องก็จะนำค่าแสงที่เข้ามา แล้วมาคำนวนว่าค่าเฉลี่ยของแสงนั้นใกล้เคียงกับเทากลาง 18% หรือไม่
ถ้าใกล้เคียงแสดงว่าพอดี
ถ้าวัดแล้วภาพออกไปทางสีขาวๆมาก สเกลก็จะขึ้นว่าโอเวอร์ แต่หากค่าเฉลี่ยออกมาไปทางสีดำ ก็จะตีไปว่าภาพนั้นอันเดอร์

ดังนั้นหากเราถ่ายฝาผนังสีขาว ซึ่งเรามองด้วยสายตาแล้วว่า มันขาวพอดี แต่กล้องดันบอกว่าภาพโอเวอร์ (เพราะแสงที่เข้ามามันมากกว่าเทากลาง 18%)
และถ้าหากเราไปถ่ายฝาผนังสีดำ ซึ่งมันดำพอดีอยู่แล้ว แต่กล้องมันดันบอกว่าภาพอันเดอร์เกินไป (เพราะแสงเข้ามามันมืดกว่าเทากลาง 18%)


ดังนั้นถ้าถ่ายภาพที่วัตถุเป็นสีขาวจ้า แม้กล้องจะบอกว่าโอเวอร์ ก็อย่าไปเชื่อมันครับ ถ่ายสีขาว ตั้งค่าแสงให้โอเวอร์ไว้ ภาพจะออกมาขาวพอดี
และถ้าหากถ่ายวัตถุสีดำๆ กล้องจะบอกเราว่ามันอันเดอร์เกินไป อย่าไปหลงเชื่อมันนะครับ ถ่ายภาพสีดำให้ตั้งค่าแสงให้อันเดอร์ไว้ ภาพจะออกมา ดำเป็นดำ


ถ้าถ่ายภาพสีขาว กล้องบอกว่าโอเวอร์ แล้วเราดันไปเชื่อกล้อง แล้วปรับให้แสงเข้าน้อยลงจนกว่ากล้องจะพอใจ (สเกลวัดว่าพอดี) ภาพออกมาก็จะเป็นขาวแบบเทาๆ
เช่นเดียวกันถ้าถ่ายภาพที่ดำๆ มืดๆ กล้องบอกว่าอันเดอร์ และเรายังดันไปเชื่อกล้องอีก ทำให้เราต้องปรับให้แสงเข้ามากขึ้นให้กล้องบอกโอเคแล้ว เราก็จะได้สีดำแบบเทาๆ ไม่ดำสนิทจริงๆครับ



ในบทนี้พวกเราก็ไ้ด้รู้จักความสัมพันธ์ฉันท์มิตรระหว่าง แสง และ การถ่ายภาพ
รู้จักเครื่องมือควบคุมปริมาณแสง [รูรับแสง ความเร็วชัตเตอร์ และค่า ISO]
รู้จักการชดเชยแสง เพื่อให้ได้ภาพที่ถ่ายออกมานั้นมีปริมาณแสงที่ถูกต้อง

เราได้ใช้รูรับแสง และความเร็วชัตเตอร์ ในการกำหนดปริมาณแสง
แต่รูรับแสงและความเร็วชัตเตอร์นี้ นอกจากจะกำหนดปริมาณแสงแล้ว ยังทำหน้าที่อื่นได้อีกด้วย
ในบทต่อไป เราจะมาเรียนรู้กันในเรื่องของ การใช้รูรับแสง และสปีดชัตเตอร์ มาควบคุมความชัด และมิติของภาพครับ

ขอให้สนุกกับการถ่ายภาพนะครับทุกๆคน เจอกันตอนหน้าครับ
onion_bye.gif
============================================================
ปิดท้ายด้วยภาพสวยๆ จากทะเลใน อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทอง จ.สุราษฎร์ธานีครับ

ขอบคุณภาพทะเลในสวยๆ จากคุณ Forzanu (พี่นุสุดหล่อ) ครับ
hipb002.gif














รูปที่แนบมาด้วย
ภาพที่แนบมา ภาพที่แนบมา ภาพที่แนบมา ภาพที่แนบมา ภาพที่แนบมา ภาพที่แนบมา ภาพที่แนบมา ภาพที่แนบมา ภาพที่แนบมา ภาพที่แนบมา ภาพที่แนบมา ภาพที่แนบมา ภาพที่แนบมา
 
Go to the top of the page
 
+Quote Post
ArMoo ชุมพร
โพสต์ May 27 2008, 23:49
โพสต์ #2


Silver Member
****

กลุ่ม : Members
โพสต์ : 246
เป็นสมาชิกเมื่อ : 24-Oct-07
จาก : www.ChumphonTour.com
หมายเลขสมาชิก : 123



ขอบคุณครับ ผมยังวัดแสงไม่เปนเลย มั่วไปหมด เอิ๊กๆ จะพยายามเรียนรู้จ้่า
Go to the top of the page
 
+Quote Post
อยากเห็นบอลไทยไป...
โพสต์ May 28 2008, 07:13
โพสต์ #3


Platinum Member
******

กลุ่ม : Classic Member
โพสต์ : 1,418
เป็นสมาชิกเมื่อ : 6-May-08
จาก : กทม.(พระราม 3)...สุราษฎร์ธานี(สวนหลวง ร.๙)
หมายเลขสมาชิก : 325



ขอบคุณครับพี่น้องคุณอี๊ดคุงครับพี่น้องครับ...ขอเซฟเอาไปศึกษานะครับพี่น้องครับ
สำหรับข้อมูลดีๆ...
เรื่องวัดสงวัดแสงอะไรเนี่ยผมไม่รู้เรื่องเลยครับ...ปรับมั่วๆไปทั้งนั้น hipb007.gif
ค่อยๆศึกษาเอาเพราะเวลาถ่ายจริงๆมีข้อจำกัดเรื่องเวลาด้วย(รีบถ่าย)

ขอบคุณอีกครั้งครับพี่น้องครับ hipb006.gif
Go to the top of the page
 
+Quote Post
Shine_Heart
โพสต์ May 28 2008, 07:44
โพสต์ #4


Shine_Heart
*****

กลุ่ม : Members
โพสต์ : 619
เป็นสมาชิกเมื่อ : 28-Mar-08
หมายเลขสมาชิก : 290



ความรู้ดีๆ ยังอ่านไม่จบเลยนา ไปทำงานก่อนนะ
Go to the top of the page
 
+Quote Post
GODgi
โพสต์ May 28 2008, 07:59
โพสต์ #5


Platinum Member
******

กลุ่ม : Members
โพสต์ : 1,428
เป็นสมาชิกเมื่อ : 3-Mar-08
หมายเลขสมาชิก : 244



โดนใจเลยครับ กำลัง ศึกษาเรื่องแสงพอดี เลย
Go to the top of the page
 
+Quote Post
Mushu
โพสต์ May 28 2008, 09:14
โพสต์ #6


Platinum Member
******

กลุ่ม : Members
โพสต์ : 1,670
เป็นสมาชิกเมื่อ : 30-Mar-07
จาก : Suratthani
หมายเลขสมาชิก : 19



ขอบคุณครับ ได้ความรู้อีกแล้ว เดี๋ยวต้องลองไปฝึกบ้างแล้ว
Go to the top of the page
 
+Quote Post
cat
โพสต์ May 28 2008, 13:46
โพสต์ #7


Platinum Member
ภาพประจำกลุ่ม

กลุ่ม : Old Member
โพสต์ : 1,314
เป็นสมาชิกเมื่อ : 6-May-07
จาก : พุนพิน
หมายเลขสมาชิก : 29



THX อิ๊ดคุง
Go to the top of the page
 
+Quote Post
Hanjo
โพสต์ Jun 4 2008, 14:34
โพสต์ #8


Freshy
*

กลุ่ม : Members
โพสต์ : 19
เป็นสมาชิกเมื่อ : 2-Jun-08
หมายเลขสมาชิก : 365



เจ๋งเป้งครับ งงมาได้ 7 วันแล้ว ทีนี้หายงงแล้วครับ ใจรักแต่เล่นกล้องหม้ายเป็น ขอบคุณน้องอี๊ดครับ
Go to the top of the page
 
+Quote Post
Hanjo
โพสต์ Jun 4 2008, 14:53
โพสต์ #9


Freshy
*

กลุ่ม : Members
โพสต์ : 19
เป็นสมาชิกเมื่อ : 2-Jun-08
หมายเลขสมาชิก : 365



แล้ว "WB" ใช้ยังไง วิธีการวัดแสงในกล้อง(รุ่นเหมือนในรูป) เวลาแตะชัตเตอร์จะขึ้นจุดแดงๆในกล้องมี 9 จุด แต่ละครั้งจะขึ้นไม่เหมือนกันมันหมายความยังไงครับคุณน้อง ผมเป็นมือใหม่จริงๆครับ ถามแบบมือใหม่อยากเป็นครับ รบกวนช่วยตอบด้วยครับ
Go to the top of the page
 
+Quote Post
s@muim@n
โพสต์ Jun 4 2008, 15:52
โพสต์ #10


Silver Member
****

กลุ่ม : Members
โพสต์ : 304
เป็นสมาชิกเมื่อ : 2-Jun-08
หมายเลขสมาชิก : 364



QUOTE(Hanjo @ Jun 4 2008, 14:53) *

แล้ว "WB" ใช้ยังไง วิธีการวัดแสงในกล้อง(รุ่นเหมือนในรูป) เวลาแตะชัตเตอร์จะขึ้นจุดแดงๆในกล้องมี 9 จุด แต่ละครั้งจะขึ้นไม่เหมือนกันมันหมายความยังไงครับคุณน้อง ผมเป็นมือใหม่จริงๆครับ ถามแบบมือใหม่อยากเป็นครับ รบกวนช่วยตอบด้วยครับ



สวัสดีครับพี่เก่ง พอดีเห็นคำถามดีดีเลยลองตอบดูจากที่พอรู้มาบ้างนะครับ


เรื่องจุดแดงๆ 9 จุดมันคือ จุดที่เซ็นเซอร์ของแคนนอน 400 D มีมันใช้ในการโฟกัสนิครับ ไม่ได้เกี่ยวกะเครื่องวัดแสงในตัวกล้อง ซึ่งแคนนอนระดับเอนทรี ให้มาแค่ วัดแสงเฉลี่ย วัดแสงกลางภาพ และวัดแสงเฉพาะจุดกลางภาพ 8% นะถ้าจำไม่ผิด hipb002.gif ดังนั้นแคนนอนรุ่นล่างๆ นี้จำกัดการวัดแสงไว้ที่จุดกลางเป็นหลัก การวัดแสงที่คิดว่าแน่นอนและแม่นยำที่สุดคือวัดแสงเฉพาะจุดนะครับ หากเราอยากให้ได้วัตถุมีค่าแสงที่เราต้องการเราก็ใช้จุดกลางวัด


และเนื่องจากที่คุณอี๊ดได้พูดถึงเรื่องสีเทากลาง จึงขอขยายเพิ่มจากความรู้เท่าหางอึ่งของผมนะ ว่าจริงๆ แล้วเครื่องวัดแสงที่มีในตัวกล้องนั้นไม่ได้มองเห็นสี มันเห็นเพียงแค่ สีเทา สีขาว และสีดำ ภาพทุกภาพที่เครื่องวัดแสงมองเห็นจึงเปรียบได้กับภาพขาวดำ แต่ภาพที่ดีนั้นยึดเอาสีเทากลาง 18% เป็นหลักครับ


ดังนั้น...........เมื่อเราวัดแสงให้เอากรณีนี้เป็นหลักคือกล้องเรามองไม่เห็นสีเพีย
งแต่สีแต่ละสีมีความเข้มที่ไม่เข้ากัน สีบางสีมีความเข้มจึงใกล้เคียงสีดำได้แก่สีน้ำเงินเข้ม สีม่วง สีครามเป็นต้น บางสีกลางๆ เทียบได้กับสีเทากลางเช่นสีเขียวเป็นต้น และสีบางสีก็ซีดจางคล้ายๆ สีขาวเช่นเหลืองอ่อน ชมพูอ่อนๆ สีโอโรส ประมาณนั้น ดังนั้นเวลาวัดแสงให้นึกถึงที่ผมบอกนะ


ส่วนกรณีหลังที่คุณอี๊ดอธิบายเรื่องการหลอกเครื่องวัดแสงในกล้องเนื่องจากทุกครั้งที
่มีการวัดแสงเครื่องวัดแสงในตัวกล้องจะพยายามประเมินให้ภาพมีสีเทากลาง ทุกภาพ เมื่อเราสังเกตุหลายๆ ครั้งภาพสีดำเวลาเราถ่ายออกมาแล้วจะไม่ดำ ภาพสีขาวๆ ถ่ายออกมาก็จะดูหม่นๆ เหลืองๆ ไม่ขาว เป็นเพราะกล้องมันหลอกให้วัดแสงได้พอดี


ผมจึงมีวิธีแก้ โดยการที่เรียกว่า การชดเชยแสงครับ ฉนั้นต่อไปเวลาเจอวัตถุที่เราต้องการมีสีเข้มก็ลอง ชดเชยแสงให้สปีดสูงขึ้น ภาพของเราก็จะได้สีถูกต้อง สำหรับสีอ่อนๆ ก็เช่นกัน ให้เราวัดแสงมาทางบวกหรือลดสปีดลง ภาพของเราก็จะขาวถูกต้องแม่นยำครับ
รูปที่แนบมาด้วย
ภาพที่แนบมา
 
Go to the top of the page
 
+Quote Post
We KOh
โพสต์ Jun 8 2012, 19:24
โพสต์ #11


Freshy
*

กลุ่ม : Members
โพสต์ : 11
เป็นสมาชิกเมื่อ : 8-Jun-12
หมายเลขสมาชิก : 2,573



ความรู้ดีๆ มีมาแบ่งปันกันเรื่อยๆ นะครับ
Go to the top of the page
 
+Quote Post
avage
โพสต์ Aug 16 2012, 14:47
โพสต์ #12


Freshy
*

กลุ่ม : Members
โพสต์ : 8
เป็นสมาชิกเมื่อ : 16-Aug-12
หมายเลขสมาชิก : 2,738



ขอบคุณสำหรับความรู้ มือใหม่ครับ
Go to the top of the page
 
+Quote Post

Reply to this topicStart new topic
มี 1 คน กำลังอ่านหัวข้อนี้ (บุลคลทั่วไป 1 คน และ 0 สมาชิกที่ไม่เปิดเผยตัว)
สมาชิก 0 คน คือ :

 



- ไม่มีภาพประกอบ IPB Thai v1.236.Fx1: 17th April 2014 - 06:22
โปรดอ่าน นโยบายความเป็นส่วนตัว เกาะช้าง:: สถานที่ท่องเที่ยว :: กระบี่ สถานที่ท่องเที่ยวสุดประทับใจ :: ภูเก็ต ไข่มุกอันดามัน :: เกาะสมุย สวรรค์ทะเลอ่าวไทย :: ประวัติสุนทรภู่ :: เทคนิคการถ่ายภาพ :: ดอยอินทนนท์
Design by: IPB 2.3 Skins & Web Browsers News ของเล่นไม้ Plantoys